หน่วยที่ 1 แนะนำภาษา C
1. ความเป็นมาของภาษาซี
ภาษาซีเป็นภาษาที่ถือว่าเป็นทั้งภาษาระดับสูงและระดับต่ำถูกพัฒนาโดยเดนนิส ริดชี (Dennis Ritche) แห่งห้องทดลองเบลล์ (Bell Laboratories) ที่เมอร์รีฮิล มลรัฐนิวเจอร์ซี่โดยเดนนิสได้ใช้หลักการของภาษา บีซีพีแอล (BCPL : Basic Combine Programming Language) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเคน ทอมสัน (Ken Tomson) การออกแบบและพัฒนาภาษาซีของเดนนิส ริดชีมีจุดมุ่งหมายให้เป็นภาษาสำหรับใช้เขียนโปรแกรมปฏิบัติการระบบยูนิกซ์และได้ตั้งชื่อว่า ซี (C) เพราะเห็นว่า ซี (C) เป็นตัวอักษรต่อจากบี (B) ของภาษา BCPL ภาษาซีถือว่าเป็นภาษาระดับสูงและภาษาระดับต่ำ ทั้งนี้เพราะภาษาซีมีวิธีใช้ข้อมูลและมีโครงสร้างการควบคุมการทำงานของโปรแกรมเป็นอย่างเดียวกับภาษาของโปรแกรมระดับสูงอื่นๆ จึงถือว่าเป็นภาษาระดับสูง ในด้านที่ถือว่าภาษาซีเป็นภาษาระดับต่ำเพราะภาษาซีมีวิธีการเข้าถึงในระดับต่ำที่สุดของฮาร์ดแวร์ความสามารถทั้งสองด้านของภาษานี้เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ความสามารถระดับต่ำทำให้ภาษาซีสามารถใช้เฉพาะเครื่องได้และความสามารถระดับสูง ทำให้ภาษาซีเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์ภาษาซีสามารถสร้างรหัสภาษาเครื่องซึ่งตรงกับชนิดของข้อมูลนั้นได้เองทำให้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาซีที่เขียนบนเครื่องหนึ่งสามารถนำไปใช้กับอีกเครื่องหนึ่งได้ ประกอบกับการใช้พอยน์เตอร์ในภาษาซีนับได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์
2. วิวัฒนาการของภาษาซี
– ค.ศ. 1970 มีการพัฒนาภาษา B โดย Ken Thompson ซึ่งทำงานบนเครื่อง DEC PDP-7 ซึ่ง ทำงานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ไม่ได้และยังมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่ (ภาษา B สืบทอดมาจาก ภาษา BCPL ซึ่งเขียนโดย Marth Richards)
– ค.ศ. 1972 Dennis M. Ritchie และ Ken Thompson ได้สร้างภาษา C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ภาษา B ให้ดียิ่งขึ้น ในระยะแรกภาษา C ไม่เป็นที่นิยมแก่นักโปรแกรมเมอร์โดยทั่วไปนัก
– ค.ศ. 1978 Brian W. Kernighan และ Dennis M. Ritchie ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The C Programming Language และหนังสือเล่มนี้ทำให้บุคคลทั่วไปรู้จักและนิยมใช้ภาษา C ในการเขียนโปรแกรมมากขึ้น
– แต่เดิมภาษา C ใช้ Run บนเครื่องคอมพิวเตอร์ 8 bit ภายใต้ระบบปฏิบัติการ CP/M ของ IBM PC ซึ่งในช่วงปี ค. ศ. 1981 เป็นช่วงของการพัฒนาเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ภาษา C จึงมีบทบาทสำคัญในการนำมาใช้บนเครื่อง PC ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและมีการพัฒนาต่อมาอีกหลาย ๆ ค่าย ดังนั้นเพื่อกำหนดทิศทางการใช้ภาษา C ให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน ANSI (American National Standard Institute) ได้กำหนดข้อตกลงที่เรียกว่า 3J11 เพื่อสร้างภาษา C มาตรฐานขึ้นมา เรียกว่า ANSI C
– ค.ศ. 1983 BjarneStroustrupแห่งห้องปฏิบัติการเบล (Bell Laboratories) ได้พัฒนาภาษา C++ ขึ้นรายละเอียดและความสามารถของ C++ มีส่วนขยายเพิ่มจาก C ที่สำคัญ ๆ ได้แก่แนวความคิดของการเขียนโปรแกรมแบบกำหนดวัตถุเป้าหมายหรือแบบ OOP (Object Oriented Programming) ซึ่งเป็นแนวการเขียนโปรแกรมที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมขนาดใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อนมาก มีข้อมูลที่ใช้ในโปรแกรมจำนวนมากจึงนิยมใช้เทคนิคของการเขียนโปรแกรมแบบ OOP ในการพัฒนาโปรแกรมขนาดใหญ่ในปัจจุบันนี้
3. Editor สำหรับเขียนโปรแกรม
Code Blocks เป็น Editor ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C สามารถใช้แทน Microsoft Visual C++
ได้ ตัวโปรแกรมมีขนาดเล็กใช้ง่ายและไม่เปลืองแรม นักเรียนสามารถโหลดโปรแกรม Code::Blocks ได้ที่ http://www.codeblocks.org/downloads/26 โดยให้เลือกดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับ Windows แล้วก็เลือกดาวน์โหลดตัวที่มีชื่อว่า codeblocks-10.05mingw-setup.exe ไฟล์มีขนาดใหญ่พอสมควร
3.1 การติดตั้ง Code Blocks
– ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ codeblocks-10.05mingw-setup.exe
– รอสักครู่ จะปรากฏหน้าจอ Welcome ให้กด Next >
รูปที่ 1-1 หน้าจอ Welcome
– หน้าจอ License Agreement แสดงเงื่อนไขการใช้โปรแกรม ให้กด I Agree เพื่อยอมรับ
– หน้าจอ Choose Componentsสอบถามว่าจะลงอะไรบ้างไม่ต้องเลือกอะไร กด Next >ได้เลย
– เลือกตำแหน่งที่จะติดตั้ง แล้วกด Install
– รอติดตั้งสักครู่ ไม่นานเท่าไหร่
– เมื่อลงเรียบร้อยแล้ว มันจะถามว่าจะเปิดโปรแกรม Code::Blocks มั้ย กด Yes
– ขึ้นคำถามว่าจะให้โปรแกรมมันเป็น default มั้ยเลือกอันที่สามตามที่มันให้มาเลย
– จะได้ออกมาเป็นโปรแกรมหน้าตาตามภาพ









น่าสนใจมากครับ
ตอบลบเนื้อหาแน่นมากๆๆๆๆ
ตอบลบน่าสนใจมากค่ะ
ตอบลบเนื้อหาดีมากค่ะ
ตอบลบแจ่มเรย
ตอบลบแจ่ม
ตอบลบ